วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ต่างกันยังไง การอัพเกรด Windows 10 ฟรี ระหว่างผู้ใช้เถื่อน แท้ และ Insider

หลังจากที่ Microsoft ได้ประกาศให้คนที่เป็น Windows Insider สามารถอัพเกรด Windows 10 ตัวเต็มของแท้ได้เลยฟรีๆ ทำให้เกิดข้อสงสัยมากมายว่า แล้วระหว่างผู้ที่ใช้ Windows 7, 8, 8.1 แท้อยู่แล้ว กับผู้ที่ใช้เถื่อนอยู่ มาอัพเกรดฟรีจะเกิดข้อแตกต่างอย่างไรบ้าง ดังนั้นจึงมีการขอไขข้อสงสัยกันดังนี้
มาจนถึงขนาดขั้นนี้แล้ว คงต้องบอกเลยว่า Microsoft ทุ่มเทให้กับ Windows 10 แบบสุดตัวจริงๆ หลังมีประกาศ แจก แจก และก็แจก ให้กับเหล่าผู้ใช้ทุกประเภท ทั้งผู้ใช้ของแท้ ผู้ใช้เถื่อน และผู้ที่เป็น Insider ที่นี้ มันก็เลยมีประเด็นที่ว่า แล้วแต่ล่ะกลุ่มผู้ใช้ที่ว่ามานั้น ล้วนได้รับสิทธิในการอัพเกรด Windows 10 กันฟรีๆทุกคนทั้งหมด มันจะมีข้อแตกต่างอย่างไรบ้าง แน่นอนว่า ทาง Microsoft ได้บอกถึงเงื่อนไขกันไปบ้างแล้ว ในที่นี้จึงขอรวบยอดเปรียบเทียบให้เห็นกันแบบชัดๆไปเลยว่า เงื่อนไขของแต่ละกลุ่มนั้นเป็นยังไง ไปดูกันเลยครับ


ก่อนอื่น ตอนนี้ยังมีบางคนเข้าใจผิดอยู่ว่า Windows 10 ที่ให้อัพเกรดฟรีนั้น ใช้ได้แค่ 1 ปี อันนี้ผิดครับ 1 ปีที่ว่านี้คือนับตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 ไปจนถึงวันที่ 29 กรกฎาคม 2559 หรือปีหน้า คือระยะเวลาโปรโมชั่นในการอัพเกรด Windows 10 ฟรีครับ ไม่ใช่จำกัดเวลาให้ใช้ได้แค่ 1 ปี อย่างที่เข้าใจกัน ฉะนั้นในวันที่ 29 ก.ค ที่จะถึงนี้ คือวัน “D-Day” ของใครหลายๆคนแน่นอน



กลุ่ม Insider (ผู้ทดสอบ)
ในกลุ่มนี้จะถูกเรียกว่า ผู้ทดสอบระบบ (beta tester) ซึ่งถ้าใครเป็นคนในกลุ่มนี้อยู่ จะได้รับสิทธิพิเศษกว่ากลุ่มอื่นๆคือ
เราจะได้รับตัว Windows 10 ของแท้ที่จะมีฟีเจอร์ใหม่ๆ มาให้เราได้ลองเล่นก่อนใคร แต่ก็อย่าลืมว่าตัว Windows 10 ที่เราได้รับนั้น เป็นเวอร์ชั่นทดลอง แม้จะมีคำว่า “ของแท้” พ่วงท้ายอยู่ก็ตาม ซึ่งก็เสี่ยงต่อการถูกบักที่อาจแฝงมากับตัว
วินโดว์ เล่นงานเครื่องคอมฯของเราได้ เท่ากับว่า หากอยากใช้แท้อยู่ เราก็ต้องเป็นหนูทดลองให้กับ Microsoft นั้นเอง แต่ถ้าใครรับได้ และชอบความท้าทาย ก็จะลองเป็นสมัครเป็น Windows Insider ดูก็ไม่ว่ากันครับ ใครอยากดูเงื่อนไขแบบเต็มๆ ลองไปดูได้ ที่นี้


กลุ่ม Pirates (ผู้ใช้เถื่อน)แม้ว่า Microsoft เคยประกาศให้เหล่าโจรสลัด หรือผู้ใช้วินโดว์เถื่อน สามารถอัพเกรด Windows 10 แบบฟรีๆได้ด้วย แต่ตัววินโดว์ที่จะได้รับนั้น จะไม่ใช้วินโดว์แท้ จะเป็นวินโดว์ที่มีลายน้ำแจ้งสถานะว่า “นี้ไม่ได้เป็นของมีลิขสิทธิ์แท้” อยู่หน้า Desktop ตลอดเวลา ซึ่งจะส่งผลให้ เราไม่สามารถอัพเดต Windows 10 ได้ ทำให้มีโอกาสเสี่ยงกับมัลแวร์และการหลอกลวง รวมถึงภัยคุกคามต่างๆ จากการถูกขโมยข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ไม่หวังดี รวมถึงการทำงานที่ขาดประสิทธิภาพอีกด้วย เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนจากไมโครซอฟท์และพันธมิตรที่เชื่อถือได้นั้นเอง


กลุ่ม Current User (ผู้ใช้แท้)กลุ่มนี้แปลตรงๆว่า “ผู้ใช้ปัจจุบัน” ในที่นี้หมายถึง กลุ่มผู้ใช้ Windows 7, 8, และ 8.1 ของแท้ อยู่ในขณะนี้นั้นเอง แน่นอนเลยว่า ถือเป็นกลุ่มที่ได้เปรียบที่สุด เพราะไม่ต้องเจอความเสี่ยงเหมือนกลุ่มอื่นๆเลย ซึ่งหากไปลงทะเบียนขอจองสิทธิรับตัว Windows 10 ของแท้ (ต้องมี Win 7, 8, 8.1 แท้ด้วยนะ) แล้วไปโหลดในวันที่ 29 ก.ค ก็จะได้รับตัวเวอร์ชั่นที่เสถียรที่สุด สมบูรณ์ที่สุด อัพเดตชิวสุด และปลอดภัยที่สุดไปแบบฟรีๆกันเลยนั้นเองครับ (ของเสียตังค์ ย่อมดีกว่าของฟรีอยู่แล้ว)
เท่านี้ ทุกคนก็จะได้รับทราบโดยทั่วกันแล้วว่า “ของฟรีไม่มีในโลก” จริงๆ เพราะส่วนที่แจกฟรีของสองกลุ่มแรกนั้น มีความเสี่ยงพ่วงมาด้วย ในขณะที่ส่วนที่เสียกะตังค์ ใช้งานได้แบบชิวๆ โดยไม่ต้องกังวลอะไร ทั้งนี้ ที่มาของบทความนี้ก็เอามาจากทาง Blog ของ Microsoft อีกที ซึ่งทางบริษัทเองก็เห็นว่า มีหลายๆคนยังสงสัยถึงการแจกแหลกใจกว้างนี้ จึงได้มีการแถลงการอีกทีให้เข้าใจโดยพลัน

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tester คือใคร / ทำอะไร / เพื่ออะไร

ย้อนไปเมื่อสัก 10 ปีก่อนใครที่เรียนสายคอมพิวเตอร์มา ทุกคนที่เรียนจบจะถูกมองว่าเค้าจะต้องมาทำอาชีพที่เรียนว่า โปรแกรมเมอร์ (Programmer) หรือคนเขียนโปรแกรมแทบจะทั้งสิ้น ทุกวันนี้ก็ยังมีคนเข้าใจอย่างนั้น แต่ที่จริงแล้วการเรียนไม่ว่าจะ IT, ComScience หรือจะเป็น Com Engineer ก็มีอาชีพหลากหลายที่รอรับนอกจาก Programmer อาทิ ผู้ควบคุมดูแลระบบ Network Admin, นักวิเคราะห์ระบบ System Analyst, ผู้ดูแลฐานข้อมูล Database Admin หรือกระทั่ง Programmer ก็ยังแตกตามภาษาไป C, C++, .Net, Java



แต่ช่วง 10 ปีนี้ได้มีตำแหน่งอีกตำแหน่งนึงผุดขึ้นมา แต่ไม่ค่อยเป็นที่แพร่หลายนักในตอนนั้น เรียกว่า Tester ครั้งแรกที่ผมได้ยินก็คือการมา roadshow ของ 2 บริษัทที่มารับนักศึกษาปี 4 ไปทำงานกับบริษัทเค้า ผมไม่รู้ scope เท่าไหร่นอกจากเข้าใจไปเองว่า…
“อ่อ  Tester ก็คือคนเทสโปรแกรม หา bug หาเจอแล้วก็บอก programmer แค่นั้นก็จบ”
สารภาพเลยว่า ณ ตอนนั้นด้วยความที่ผม Code ง่อยมาก อย่างอื่นก็เข้าขั้นแย่ ยกเว้นตอนนั้นที่ชอบคือวิชา System Analyse เลยสนใจตำแหน่งนี้มากๆ น่าจะตอบโจทย์ non-coding person อย่างผมได้
…จนมาเมื่อทำงานจริงๆถึงได้รู้ว่ามันต้องทำเยอะกว่านั้นเยอะมากกกกกกกกกจริงๆ
พูดมาซะยาว เรามารู้จัก Tester กันดีกว่าครับ
Tester หรือ Software tester หรือ Quality Assurance Engineer หรือ Quality Engineer (หลายชื่อจริงๆ แล้วแต่บริษัทจะเรียกชื่อ) คือ คนที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพของ software ที่ถูกผลิตขึ้นมาโดย programmer โดยใช้วิธีการ test ต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่า software ที่จะไปถึงมือลูกค้า มีคุณภาพและปราศจากข้อผิดพลาดหรือผิดพลาดน้อยที่สุด ข้อผิดพลาดเรารู้จักกันว่า bug นั่นเอง
สำหรับบริษัททั่วไป ตำแหน่ง Tester จะถูกควบรวมอยู่ในร่างเดียวกับ Programmer นั่นคือ Code เอง Test เอง Fix เองในร่างเดียว และส่วนใหญ่ก็จะ test เฉพาะส่วนที่ทำงานได้ปกติเท่านั้น ส่วนที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น user กรอกค่าผิด หรือกดปุ่มผิดไปเจอข้อความ error, โปรแกรมปิดตัวเองไปเลย (program crash) หรือร้ายแรงที่สุดคือทำให้ระบบปฏิบัติการ (Operating System) เสียหาย หรือเจ๊งไปเลย ทุกอย่างเป็นไปได้หมดครับ
เพื่อป้องกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อหน้าลูกค้า (user) เราจึงต้องมีคนที่เรียกว่า Tester ซึ่งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการ code program มา test ระบบนั้นๆ โดยต้องรายงานสิ่งที่ test ตามความเป็นจริง ไม่มีบิดเบือน (non bias) Tester จึงมีความสำคัญนะครับ แต่ในความเป็นจริงแล้วมักถูกมองและให้ความสำคัญเป็นทีมสุดท้าย และให้เวลาใน project น้อยที่สุดเนื่องจากใช้เวลาไปกับการ coding เกินซะส่วนใหญ่
หน้าที่ทั่วไปของ Tester ที่ทำๆกันทุกวันนี้เค้าทำอะไรกันบ้าง
  1. คิดกรณีที่ทำให้การทำงานของระบบหรือ application ทุกกรณีที่เป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้น – design test cases
  2. เขียนขั้นตอนการ test โดยคิดว่าคนอื่นสามารถอ่านแล้วเข้าใจ – create / produce test cases
  3. ติดตั้งระบบเพื่อใช้ในการ test – setup environment
  4. ทำ test script ในกรณีที่ตกลงกันว่าจะทำ – produce test script / test automation
  5. เริ่มการ test ระบบ – execute testing
  6. เขียนสรุปผลการ test เพื่อรายงานให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรู้ – produce test report
ต่อไปจะว่าถึงคุณสมบัติคร่าวๆ เท่าที่ผมจะนึกออกสำหรับคนที่อยากเป็น Tester อาจดูคล้ายๆ qualification เวลาสมัครงาน ซึ่งผมก็ว่าใช่เลยหล่ะ ฮ่าๆ
  1. อยากรู้อยากเห็น
  2. ชอบลองผิดลองถูก
  3. คิดต่าง คิดนอกกรอบ
  4. ชอบงานเอกสารพอตัว — งานนี้เขียน document เยอะพอสมควรนะครับทั้งเขียน test case, test steps และ test report
  5. หากมี skill coding ได้ก็จะดี เพราะจะช่วยให้เราลดแรงงานในการมา run test นั่นคือการผลิต test script สำหรับการ run แบบซ้ำๆทุกๆวัน ถือเป็น optional นะครับ ถ้ามีก็จะดีมาก เพราะตอนนี้มีน้อยจริงๆ
  6. Teamwork สำคัญมาก ฉายเดี่ยวมักไม่ค่อยประสบความสำเร็จกับตัวเองครับไม่ว่างานไหน

วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2559

xampp สอนการจำลองเครื่อง เป็น WebServer apache php mysql




XAMPP เป็น โปรแกรม ที่รวมรวม apache php mysql ไว้ในตัวมัน เพื่อใช้ จำลองเครื่องของเราเองเป็น host 
สามารถ download ได้จาก ที่นี่  ครับ












1. หลังจากได้ไฟล์ ที่ Download มาดับเบิ้ลคลิกเพื่อติดตั้ง




2. จากนั้นคลิก Next ไปขั้นตอนถัดไป


3. เลือกฟีเจอร์ที่ต้อง การ ผมไม่เลือก Perl เนื่องจากไม่ได้ใช้นะครับ หลังจากนั้นคลิก Next ขั้นตอนถัดไป


4. เลือก directory ที่ต้องการจากนั้นคลิก Next


5. คลิก Next ไปยังขั้นถัดไป


6. คลิก Next ไปยังขั้นถัดไป


7. รอจนกว่าจะโหลดเสร็จครับ


8. เมื่อเสร็จแล้ว คลิก Finish


9. ทำการเลือกภาษาจากนั้นคลิก Save ครับ


10. เลือก Start Module ที่ต้องการครับในตัวอย่างนี้ผมจะเลือกใช้ Apache  และ MySQL  นะครับ


    ***หากไม่สามารถ Start ได้เนื่องจาก Port อาจจะชนกับ  IIS (Internet Information Services) ของ Windows ให้ทำการเปลี่ยน Port 
         ตามกรอบสีแดงนะครับ


11. เมื่อ Start เสร็จจะมี แถบสีเขียวปรากฎ ขึ้นครับ



12. ทดสอบ Run ผ่าน Browse หากเป็นดังภาพเป็นอันเสร็จขั้นตอนการติดตั้งครับ ^ ^